กระบวนการผลิตเม็ดอาหารสัตว์น้ำ

การเลี้ยงสัตว์น้ำจะช่วยสร้างผลกำไรให้แก่ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาเรื่องหนึ่งก็คือ สัตว์น้ำต้องได้รับอาหารที่มีคุณภาพดีในปริมาณที่เพียงพอ มีสารอาหารที่มีโภชนาการระดับสูงตามความต้องการของสัตว์น้ำแต่ละชนิด แต่ในระบบการเลี้ยงแบบพัฒนาหรือเชิงพาณิชย์ อาหารที่ใช้เลี้ยงมักเป็นอาหารเม็ดสําเร็จรูป ซึ่งเป็นอาหารที่มีราคาแพง จึงควรหาแนวทางลดต้นทุนการผลิตสัตว์นํ้า โดยการผลิตอาหารเม็ดสําเร็จรูปแบบพื้นบ้านใช้เองในฟาร์ม เพื่อลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ เพราะต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์นํ้า ดังนั้น ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำต้องผลิตเม็ดอาหารสัตว์สำหรับสัตว์น้ำกิน การผลิตอาหารเม็ดลอยน้ำ ต้องใช้ระบบความร้อนและความกดดันภายในเครื่องสูงมาก เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์น้ำแบบธรรมดาจึงไม่สามารถทําอาหารเม็ดลอยนํ้าได้ ถ้าอย่างนี้ ซึ่งมีผลต่อการลดต้นทุนการผลิตและประหยัดค่าใช้จ่ายซื้ออาหารสัตว์น้ำ กระบวนการผลิตเม็ดอาหารสัตว์น้ำได้ดังนี้

 

เม็ดอาหารปลารูปแบบต่างๆ

กระบวนการขั้นแรกคือการเตรียมและตรวจวัสดุอหาร สิ่งที่สำคัญในขั้นนี้ คือ การตรวจปริมาณและคุณภาพของวัสดุอาหารที่ได้รับ ในการตรวจคุณภาพหากพบสารเคมีปะปนระหว่างการผลิตและกระบวนการแปรรูปจำเป็นต้องแยกหรือกำจัดให้หมดไปเพื่อความปลอดภัยแก่สัตว์น้ำ รวมทั้งผู้บริโภคสัตว์น้ำด้วย สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของวัสดุอาหารที่ได้จากการตรวจ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการย่อยอาหารของสัตว์น้ำได้ดี หากยังไม่ใช้ทันที ถ้าเป็นของแข็งและอยู่ในภาชนะลำเลียงขนส่ง ควรบรรจุในถุงปิดให้มิดชิด แล้วเก็บในสถานที่ที่ไม่มีความชื้นหรือมีความชื้นต่ำปราศจากหนูและแมลง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเหม็นหืนเสื่อมคุณภาพและสูญหายโดยการกินของหนูหรือแมลง ส่วนวัสดุอาหารประเภทของเหลว เช่น น้ำมัน ควรใส่ถังเก็บรักษาในที่มีอุณหภูมิเหมาะสมเพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพอีกด้วย

การผลืตเม็ดอาหารปลาลอยน้ำ

กระบวนการผลิตเม็ดอาหารสัตว์น้ำประกอบด้วย๖กระบวนการ ได้แก่
๑. การบดวัตถุดิบ (grinding)
การบดวัตถุดิบอาหารสัตว์มีความจำเป็นในกรณีที่วัตถุดิบอาหารสัตว์มีขนาดใหญ่และไม่ละเอียด เช่น เมล็ดถั่วเหลือง เมล็ดข้าวโพด มันเส้น ปลายข้าวและเปลือกกุ้ง โดยวัตถุดิบเหล่านี้จะต้องนำมาบดให้ละเอียดด้วยเครื่องบดอาหาร สำหรับวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีขนาดเล็ก เช่น ปลาป่น รำข้าว แป้งสาลี แป้งมันสำปะหลัง ก็ไม่จำเป็นต้องบดให้ละเอียด แต่ถ้าเป็นการผลิตอาหารในโรงงานอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิอย่างดี จะบดวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกประเภทให้มีขนาดละเอียดเท่ากันหมด โดยอาจบด๑ครั้งหรือ๒ครั้ง แล้วแต่กรณีว่ามีขนาดเล็กใหญ่ประการใด สำหรับวัตถุดิบอาหารสัตว์จำพวกวิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนสังเคราะห์ จะมีขนาดละเอียดอยู่แล้วจึงไม่ต้องนำมาบดอีก และอีกทั้งความร้อนที่เกิดจากการบด ก็จะทำให้วิตามินแร่ธาตุและกรดอะมิโนสังเคราะห์ถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงนำไปผสมใช้ได้เลย โดยไม่ต้องบด โดยหลักการแล้วการบดวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ละเอียดนั้นจะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้มากขึ้น ซึ่งจะมีผลทำให้สามารถผสมวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ง่ายขึ้น และช่วยให้อาหารเม็ดที่อัดออกมามีความหนาแน่นและยึดตัวดีขึ้น นอกจากนี้การบดวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ละเอียดยังมีส่วนช่วยให้ปลาสามารถย่อย และดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นหรือสัมประสิทธิ์การย่อยอาหารสัตว์สูงขึ้น
๒. การชั่งน้ำหนัก (weighing) 
เครื่องชั่งใช้สําหรับชั่งวัตถุดิบอาหารตามสัดส่วนในสูตรอาหารสัตว์นํ้าที่ต้องการผลิตมีทั้งแบบแบบวัดค่าหยาบและวัดค่าละเอียด โดยความละเอียดในการชั่งมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบ เช่น วัตถุดิบประเภทวิตามินและแร่ธาตุที่ต้องใช้ปริมาณน้อยควรเลือกใช้เครื่องชั่งที่มีความละเอียดมาก ดังนั้น ผู้ผลิตต้องทราบปริมาณอาหารเม็ดที่จะผลิตจากสูตรอาหาร ก็ต้องคำนวณดูว่าถ้าต้องการผลิตอาหารเม็ดให้ได้ปริมาณตามที่กำหนดไว้ จะต้องใช้วัตถุดิบแต่ละชนิดเป็นส่วนผสมในปริมาณเท่าใด จากนั้นจึงทำการแยกชั่งน้ำหนักวัตถุดิบอาหารสัตว์แต่ละชนิด
๓. การผสมวัสดุอาหาร (mixing) 
จุดมุ่งหมายของการผสมวัสดุอาหารก็เพื่อให้วัสดุอาหารที่กำหนดเป็นส่วนประกอบของอาหารผสมคลุกเคล้าเป็นเนื้อเดียวกัน วัสดุอาหารทุกชนิดกระจายตามเนื้อของส่วนผสมอย่างทั่วถึง กล่าวคือ หลังจากการผสมแล้ว หากแบ่งส่วนผสมมาตรวจหาส่วนประกอบของวัสดุอาหาร ส่วนผสมที่เกิดจากการผสมที่ดี จะต้องมีวัสดุอาหารครบถ้วนทั้งชนิดและปริมาณตรงตามที่ระบุในสูตรอาหารก่อนการผสม การผสมวัสดุอาหารอาจแบ่งเป็น๒ขั้นตอน คือ การผสมวิตามินและแร่ธาตุ และการผสมวัสดุอาหารอื่น การผสมวิตามินและแร่ธาตุมักผสมเตรียมไว้ต่างหากก่อนการผสมวัสดุอาหารอื่นๆ เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุที่จะใส่เป็นส่วนผสมในอาหารมีปริมาณน้อย จึงนิยมผสมวิตามินหรือแร่ธาตุกับวัสดุอาหารชนิดอื่นเป็นวิตามินรวมหรือแร่ธาตุรวมก่อน แล้วจึงนำวิตามินรวมและแร่ธาตุรวมไปผสมกับวัสดุอาหารอื่นตามต้องการ ต่อไป วิธีการเจือจางวิตามินหรือแร่ธาตุกับวัสดุอาหารเช่นนี้ช่วยให้ส่วนผสมของอาหารมีวิตามินและแร่ธาตุตามต้องการ นอกจากนั้นก็เพื่อให้วิตามินและแร่ธาตุซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีปริมาณน้อยกระจายทั่วเนื้ออาหาร
๔. การอัดเม็ด (pelleting) 
การอัดเม็ดมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ได้รับการผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ได้เปลี่ยนรูปมาเป็นอาหารเม็ดซึ่งจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมแก่การนำมาให้ปลาหรือสัตว์น้ำกินเนื่องจากอาหารเม็ดมีความจุแน่น ทำให้ปลากินอาหารได้มากขึ้นหรือได้รับธาตุอาหารมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันปลาเลือกกินวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ชอบเท่านั้น เพราะว่าการที่ปลากินอาหารเม็ดเข้าไปก็จะได้รับวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งหมดด้วยพร้อมกัน นอกจากนี้การอัดเม็ดยังช่วยให้อาหารสุก เนื่องจากมีความร้อนเกิดขึ้นทำให้ปลาหรือสัตว์น้ำใช้ประโยชน์จากอาหารเม็ดได้ดีขึ้น การผลิตอาหารเม็ดใช้เองในฟาร์ม นิยมใช้เครื่องบดเนื้อในการอัดเม็ด เพราะมีความสะดวกและราคาถูก แต่ถ้าเป็นการผลิตของโรงงานอาหารสัตว์จะต้องใช้เครื่องอัดเม็ดแบบจมหรือเครื่องอัดเม็ดลอยน้ำ เพราะมีลักษณะเด่นสามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และความดันระหว่างการผลิตตลอดเวลา และมีการนํามาประยุกต์ใช้การผลิตเม็ดอาหารกุ้ง ส่วนเครื่องอัดเม็ดลอยน้ำ เม็ดที่ผลิตสามารถให้ปลากินอาหารบริเวณผิวนํ้า ลักษณะของเครื่องอัดเม็ดลอยน้ำก็คือ โดยมีเกลียวอัดอาหารทําหน้าที่อัดอาหารผ่านหน้าแว่นด้วยความดันและอุณหภูมิสูง จึงทําให้อาหารถูกอัดออกมามีความดันลดลงและนํ้าในอาหารระเหยเป็นไอ ซึ่งมีผลทําให้อาหารขยายพองตัวขึ้นไปจึงเบาและลอยนํ้าได้ ข้อดีของการผลิตอาหารเม็ดลอยนํ้า นอกจากเม็ดอาหารจะลอยนํ้า ทำให้ความสังเกตการกินอาหารของปลาได้ ยังช่วยให้แป้งสุกปลาจึงย่อยและดูดซึมอาหารได้ดี แต่ควรระวังความร้อนที่สูงมาก อาจทําลายวิตามินบางชนิดที่ไม่ทนความร้อน โดยเฉพาะวิตามินซี ดังนั้น จึงควรผสมวิตามินซีให้มากกว่าปกติระหว่างการสร้างสูตรอาหารหากต้องผลิตอาหารเม็ดด้วยเครื่องอัดเม็ดลอยน้ำ
๕. การลดความชื้น (drying) 
เม็ดอาหารที่ผ่านกระบวนการอัดจะมีความชื้นสูง และมีอุณหภูมิประมาณ ๙๐ ๐c ดังนั้นจำเป็นต้องนำมาลดความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อนำไปให้ปลาหรือสัตว์น้ำกินและเพื่อให้สามารถเก็บรักษาอาหารเม็ดได้ระยะเวลาหนึ่งโดยไม่เกิดการเสื่อมคุณภาพ การลดความชื้นในอาหารเม็ดดังกล่าวทำได้หลายวิธี ถ้าเป็นการผลิตอาหารใช้เองในฟาร์ม ก็นิยมที่จะนำมาเกลี่ยเป็นชั้นบางๆบนพื้นที่สะอาดแล้วตากแดดให้แห้งตามธรรมชาติหรือใช้ เครื่องลดความชื้นด้วยลมพัดเป่าให้แห้ง แต่ถ้าเป็นการผลิตของโรงงานอาหารสัตว์ จะมีการใช้เครื่องอบแห้งอย่างดี ซึ่งจะใช้เวลาอบแห้งประมาณ๒๐-๓๐นาที จะทำให้ความชื้นเหลือประมาณ๑๐% แล้วจึงนำมาร่อนผ่านตะแกรงเพื่อนำเอาเศษฝุ่นที่ติดกับอาหารเม็ดออกไป เมล็ดที่อยู่ด้านล่างจะถูกลำเลียงขึ้นไปด้านบนใหม่ หลายเที่ยวจนกว่าจะแห้ง เครื่องลดความชื้นจึงต้องใช้ปริมาณลมร้อนจำเพาะสูง
๖. การบรรจุ (packing) 
หลังจากอาหารเม็ดแห้งแล้ว และมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้อง จึงพร้อมที่จะได้รับการบรรจุเข้าหีบห่อ เพื่อเก็บหรือจำหน่ายต่อไป ในการบรรจุนอกจากจะมีการบันทึกรายละเอียดที่จำเป็นบนหีบห่อ เช่น รหัส วันบรรจุ น้ำหนักอาหาร และคุณค่าทางอาหารแล้วควรพิจารณาถึงวัสดุที่จะใช้ทำการหีบห่อด้วย สิ่งที่สําคัญที่สุดคือสถานที่เก็บอาหารต้องไม่มีความร้อนและความชื้นสูงเกินไป เพราะจะทําให้อาหารมีราเกิดขึ้น วัสดุที่ใช้ควรมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันความชื้นไม่ให้ซึมผ่านเข้า สัมผัสกับอาหารได้ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเสื่อมคุณภาพเร็ว

เม็ดอาหารปลา