การศึกษาพลังงานชีวมวลกับตลาดชีวมวลอัดเม็ดของประเทศไทย

สภาพโดยทั่วไปของพลังงานชีวมวลของประเทศไทย
ประเทศไทยมีทรัพยากรป่าไม้และทรัพยากรพืชผลที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทยในการผลิตและการใช้เม็ดไม้เศษเป็นพลังงานสีเขียวชนิดหนึ่งและจะมีโอกาสทำให้ประเทศไทยพัฒนาเป็นเม็ดชีวมวลศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคอาเซียน
ประเภทพลังงานชีวมวลของประเทศไทย

พลังงานชีวมวลในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและประเทศการส่งออกที่สำคัญในขณะที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับด้านอุตสาหกรรมชีวภาพโดยการตั้งสถาบันบริหารระดับสูงนำเสนอนโยบายสิทธิพิเศษและจัดแผนที่พัฒนาประเทศ ตอนนี้ประเทศไทยได้ประสบความสำเร็จความก้าวหน้าในการผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ดชีวมวลโดยใช้วัดถุดิบชีวมวลที่เป็นหลัก ได้แก่ ชานอ้อย มันสำปะหลัง ฟังข้าวและกะลาปล์ม เป็นต้น ประเทศไทยมีโครงการจะปลูกหญ้าเนเปียร์ยักษ์เป็นวัดถุดิบชนิดใหม่สำหรับพลังงานชีวมวล ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ค่าแรงงานราคาถูกและตลาดภายในและภายนอกที่กว้างใหญ่ ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้จะทำให้หญ้าเนเปียร์ยักษพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ด
---อ้อย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่สำคัญในการผลิตอ้อยและส่งออกอ้อยน้ำตาลไปยังต่างประเทศในโลกนี้ซึ่งตั้งอยู่ที่เขตร้อนชื้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลและพลังงานทดแทนปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อย 6-7 ล้านไร่ให้ผลผลิตอ้อยรวม 60-70 ล้านตัน ค่าเฉลี่ยของผลผลิตอ้อย 8-11 ตันต่อไร่ แต่ละปีให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า7หมื่นล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งที่สำคัญ เช่น บราซิลและออสเตรเลีย ให้ค่าเฉลี่ยผลผลิตอ้อย 13-15 ตันต่อไรอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาลทำเป็นอุตสาหกรรมด้านเศรษฐกิจที่สำคัญซึ่งมีผลงานดีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย
ประเทศไทยปลูกอ้อยส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและโรงงานผลิตน้ำตาลกระจายอยู่ที่ภาคเหนือมีจำนวนมาก ชานอ้อยเป็นวัดถุดิบที่สำคัญสำหรับการทำน้ำตาลอ้อย น้ำอ้อยใช้ผลิตเอทานอลโดยตรง ส่วนเส้นใยใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า ความจำนวนมากของชานอ้อยจะเป็นวัดถุดิบที่เหมาะสมสำหรับการผลิตอัดเม็ดเชื้อเพลิงชีวภาพ
พืชพันธุ์อ้อยทั้งหมดของประเทศไทยได้พัฒนาพันธุ์อ้อย 3 ชนิด คือ การปลูกอ้อยน้ำตาล ให้มีผลผลิตอ้อยและความหวานสูง มีปริมาณแป้งต่ำ ต้านทานต่อโรคและแมลง ไว้ตอได้หลายครั้ง และปรับตัวได้ดี ในแหล่งปลูกอ้อยที่สำคัญของประเทศ เหมาะสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล การปลูกอ้อยพลังงาน ให้ได้พันธุ์อ้อยใหม่ๆที่ให้ผลผลิตเอทานอลและเส้นใยสูง ใช้สนับสนุนอุตสาหกรรมด้านพลังงานโดยตรง โดยน้ำอ้อยนำเข้าสู่กระบวนการผลิตเอทานอล และมีปริมาณชานอ้อยมากเพียงพอที่จะใช้ในโรงไฟฟ้าชีวมวล อ้อยชนิดนี้เจริญเติบโตเร็ว เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุก 8 เดือน และการปลูกอ้อยอาหารสัตว์ ให้ได้พันธุ์อ้อยชนิดใหม่ที่เจริญเติบโตรวดเร็ว ให้ผลผลิตชีวมวลสูง เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทุก 4 เดือน ใช้เป็นพืชอาหารหยาบทางเลือกหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตโคเนื้อและโคนม
--- มันสำปะหลัง
มันสำปะหลังเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นอันดับที่  3  ของโลกรองจากประเทศไนจีเนียและบราซิล  นอกจากนั้นแล้วประเทศไทยยังเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับหนึ่งของโลกและสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่าปีละ 3 หมื่นกว่าล้านบาท  การปลูกมันสำปะหลังได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาล ตอนนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกที่กว้างใหญ่และผลผลิตสูงมาก ใน 77 จังหวัดของประเทศไทยมี 46 จังหวัดปลูกพืชมันสำปะหลังได้แล้ว พื้นที่การผลิตที่สำคัญตั้งอยู่ในภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลาง รวมทั้งพื้นที่ภาคตะวันออก
การพัฒนาวัสดุเหลือใช้จากมันสำปะหลังมีข้อดีหลายประการและมีเหตุผลเช่นดังนี้
๑. มันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งปีและลักษณะแบบนี้เป็นสิ่งสำคัญภายใต้สถานการณ์การแข่งขันที่ดินอย่างรุนแรง
๒. กระทรวงการเกษตรจัดโครงการประเทศที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มเฉลี่ยผลการผลิตของรากมันสำปะหลังสดประมาณไร่ละ 30ล้านตัน โดยการปลูกมันสำปะหลังด้วยการผลิตสูง ปรับปรุงระบบชลประทานและสภาพใส่ปุ๋ย
๓. มันสำปะหลังมีผลผลิตสูงมาก การผลิตวัถุดิบชีวมวลเป็นจำนวนมากและลำต้นมันสำปะหลังเป็นวัถุดิบที่สำคัญในการทำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด
เนื่องจากการพัฒนาด้านเกษตรมันสำปะหลังของประเทศไทย จะผลิตลำต้นมันสำปะหลังและของเสียเป็นจำนวนมาก ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่เพียงแค่ชนรากมันสำปะหลังเล็กน้อยแล้วกลับไปยังพื้นที่ดิน ส่วนหนึ่งของเสียมันสำปะหลังถูกนำมาเป็นอาหารสัตว์ น้ำตาล แป้งมันสำปะหลังดิบ แต่ส่วนใหญ่จะถูกทิ้งโดยตรงซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการเสียทรัพยากร ยังเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้น การใช้ประโยชน์ลำต้นมันสำปะหลังจะมีผลงานดีต่อการใช้พลังงานชีวมวลอย่างสมบรูณ์ของประเทศไทย
โดยรวมแล้ว ลำต้นมันสำปะหลังเป็นวัดถุดิบที่มีศักยภาพในการผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด แม้ว่าค่าความร้อนเฉลี่ยต่ำกว่าเชื้อเพลิงไม้ก๊อก แต่ก็ยังมีมูลค่าการเผาไหม้เป็นอย่างมาก ลำต้นมันสำปะหลังมีจุดหลอมเหลวสูงเถ้าและมีความเสี่ยงต่ำของการเผาไหม สามารถใช้ประโยชน์อีกต่อไป ปริมาณความชื้นอยู่ในลำต้นเป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญในการอัดเม็ด ดังนั้นต้องมีการควบคุมปริมาณความชื้นได้อย่างถูกต้องและโดยทั่วไปถ้าความชื้นอยู่ที่ระดับ 10% หรือ 12% หรือ 14% เม็ดที่ผลิตจะมีความทนทานสูงและมีความหนาแน่น การผลิตเม็ดลำต้นมันสำปะหลังต้องการค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าพลังงานชีวมวลอื่นๆ ดังนั้นพัฒนาเม็ดลำต้นมันสำปะหลังเป็นวัสดุที่ดีและมีผลกำไรที่ดี ทรัพยากรที่อุดมสมบรูณ์ ค่าการเผาไหม้และคุณภาพสูงทางเม็ด ทำให้ลำต้นมันสำปะหลังเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลแข็งที่ดีเยี่ยม

แหล่งพลังงานชีวมวล 

วัตถุดิบชีวมวล

--- แกลบ ฟางข้าว
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลูกข้าวอย่างกว้างใหญ่ เพราะว่ามีเงื่อนไขทางธรรมชาติหลายประการ เช่น แสงแดดเพียงพอ ที่ดินอุดมสมบูรณ์ ความแตกต่างของอุณหภูม ปริมาณฝนต่อมาก เป็นต้น ตามการวิเคราะห์ข้อมูลว่า ปริมาณการผลิตข้าวมีประมาณ 20 ล้านตันของประเทศไทยในทุกๆปีและการเพาะปลูกข้าวส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีโรงงานขนาดใหญ่และระบบชลประทานสะดวกมาก ทำให้ปริมาณผลิตข้าวของไทยเป็นอันดับที่๖ในทั่วโลก ในขณะที่การปลูกข้าวสามารถได้เก็บเกี่ยว๓ครั้งใน๑ปี ดังนั้นวัสดุเหลือใช้จากข้าว เช่น ฟางข้าว เปลือกข้าว แกลบ จะเป็นวัสถุดิบที่เหมาะสมทำเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด
ณ ปัจจุบัน ส่วนใหญ่นั้นมักจะนำไปทำเป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมทำกระดาษ เป็นต้น เนื่องจากมีราคาถูกเมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเตา ที่มีแนวโน้มด้านราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แกลบเป็นที่สนใจของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อีกทั้งเมื่อเผาไหม้แล้วเถ้าที่เกิดขึ้นยังสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมในการผลิตสารกึ่งตัวนำอีกด้วย
ตอนนี้ประเทศไทยให้ความสำคัญกับใช้พลังงานชีวมวลฟางข้าวหรือแกลบไปผลิตเชื้อเพลิงอัดเม็ด เนื่องจากวัสดุเหล่านี้จะมีความชื้นต่ำ ราคาถูก แถมยังไม่ต้องผ่านเครื่องย่อยก่อนนำไปเผาไหม้ และมีสัดส่วนขี้เถ้ามากกว่าชีวมวลชนิดอื่น เชื้อเพลิงจากแกลบนั้นเป็นพลังงานหมุนเวียนใช้แล้วไม่หมดไป เพราะในปีต่อๆ ไป เมื่อมาการปลูกข้าวอีก ก็จะได้แกลบกลับมาอีก อีกทั้งยังส่งขายต่างประเทศได้ ทำให้ผลตอบแทนของการนำแกลบมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้านั้นอยู่ในสัดส่วนที่ค่อนข้างดี การหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องของวงจรคาร์บอนนี้เอง ทำให้การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง สมดุลกับการดูดกลับก๊าซนี้เมื่อมีการปลูกข้าวก่อนที่จะมาเป็นแกลบ เมื่อเป็นเช่นนั้นการใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ซึ่งจะแตกต่างจากเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิล ที่ต้องใช้เวลานานนับล้านๆ ปี กว่าที่จะเกิดขึ้นอีกรอบหนึ่ง อย่างเช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ อีกประโยชน์ของพลังงานชีวมวลจากแกลบ ก็คือ ช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเนื่องจากแกลบเป็นทรัพยากรภายในประเทศ ทำให้เงินค่าเชื้อเพลิงหมุนเวียนอยู่ภายในชุมชนท้องถิ่น ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องในการจ้างงานและการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่น

กาลาปาร์ม ปาร์มน้ำมัน

---กะลาปาล์ม เส้นใยปาล์ม ทะลายปาล์มเปล่า
เศษวัสดุจากปาล์มที่นำมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงานได้ ได้แก่ ทะลายปาล์มเปล่า (Empty Fruit Bunch : EFB) กะลาปาล์มและเส้นใย ซึ่งเป็นเศษวัสดุที่เกิดจากกระบวนการหีบน้ำมันปาล์ม ปัจจุบันเส้นใยถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตพลังงานความร้อนและไฟฟ้าในโรงงานหีบน้ำมันปาล์มเกือบทั้งหมดสำหรับกะลาปาล์มจะจำหน่ายเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ปูนซีเมนต์ เป็นต้น กะลาปาล์มมีค่าความร้อนสูงสุด เหมาะนำมาเป็นเชื้อเพลิง แต่ต้องระวังเศษน้ำมันที่ตกค้างอยู่ ส่วนทะลายปาล์มเปล่ามีเหลืออีกมากที่ยังไม่ได้นำมาใช้และถ้านำมาเผา จะได้ขี้เถ้าที่มีแร่ธาตุโปตัสเซียมสูงมาก การที่จะนำทะลายปาล์มเปล่ามาเป็นเชื้อเพลิง ต้องนำมาผ่านขบวนการย่อยหรือตัดก่อน เพราะมีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอัลคาไลน์สูง จะทำให้ท่อน้ำในหม้อน้ำมียางเหนียวเกาะติดได้ง่าย
---หญ้าเนเปียร์ยักษ์หรือหญ้าจักรพรรค์
หญ้าเนเปียร์ยักษ์เป็นพืชพลังงานทดแทนอีกใหม่ชนิดหนึ่งที่มีผลงานวิจัยระบุชัดเจนว่า สามารถเป็นแหล่งพลังงานได้ทั้งก๊าซชีวภาพและกระแสไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี การเจริญเติบโตของหญ้าเนเปียร์ยักษ์นั้นเป็นพืชตะกูลเดียวกับอ้อย ซึ่งปลูกอยู่ในเขตร้อน ต้องการแสงแดดและฝน แต่มีความต้องการต่ำกว่าต่อพื้นที่ดิน ไม่มีพืชเกษตรก็เป็นได้ ยังเจริญเติบโตได้ดีและปลูกง่าย แต่ให้ปริมาณน้ำตาลน้อยกว่าและเป็นหญ้าเขตร้อนที่มีอายุนานหลายปี ลักษณะทรงต้นของหญ้าเนเปียร์ยักษ์จะเป็นกอค่อนข้างตั้งตรงคล้ายต้นอ้อย วงจรการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมีลำต้นสูงประมาณ 380 เซ็นติเมตร อีกทั้งผลผลิตสูงมาก การลงทุนต่ำกว่าได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง สามารถใช้เป็นวัตถุดิบประเภทเชื้อเพลิง เช่น ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า ความร้อนหรืออัดเป็นแท่งเล็ก อัดเป็นก้อน เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ
ปัจจุบันเม็ดหญ้าเนเปียร์ยักษ์เริ่มใส่ลงการผลิต เพราะพลังงานชีวมวลทดแทนชนิดนี้มีศักยภาพการพัฒนาที่ดีและต้นทุนการผลิตต่ำกว่า บริษัทVIASPACE อเมริกันและบริษัท Seemaenergyไทยมีความร่วมมือในโครงการผลิตเม็ดหญ้า คาดว่าสามารถได้ผลผลิต 930 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะช่วยให้แก้ปัญหาพลังงานที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้า บริษัทVIASPACE อเมริกันมีโครการจะนำเชื้อเพลิงเม็ดหญ้าที่คุณภาพสูงไปใช้เป็นพลังงานการบินใหม่
การผลิตชีวมวลอัดเม็ดของประเทศไทย
วัตถุดิบที่จะนำมาผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดนั้นต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๑.ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-3 มิลลิเมตร
๒.ความชื้นอยู่ระหว่าง 8-12% (ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ)  
กระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด มีกระบวนการผลิตดังนี้
๑.Crushing Process (กระบวนการย่อย) สำหรับวัตถุดิบที่ยังมีขนาดไม่เหมาะสมสำหรับการผลิตต้องนำลดขนาดก่อน เช่น เศษไม้ ปีกไม้ เปลือกไม้ ฟางข้าว ใบอ้อย หญ้า เป็นต้น
๒.Drying Process (กระบวนการลดความชื้น) เป็นกระบวนการลดความชื้นในตัววัตถุดิบ ให้ความมีความชื้นที่เหมาะสมกับกระบวนการอัด ๓.Pelleting Process (กระบวนการอัด) เป็นกระบวนการขึ้นรูปวัตถุดิบให้เป็นเม็ด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-10มิลลิเมตร ความยาว 3-6 เซนติเมตรหรือตามความต้องการ โดยเครื่องจักรที่ใช้มีอยู่หลายประเภท เช่น flat die pellet mill ,ring die pellet mill,vertical ring die pellet mill เป็นต้น
๔.Cooling Process (กระบวนการระบายความร้อน) เป็นกระบวนการระบายความร้อนให้กับเชื้อเพลิงชีวมวลที่ขึ้นรูปเป็นเม็ดแล้วให้เย็นตัวลงและคงรูปของเชื้อเพลิง ๕.Packing Process (กระบวนการบรรจุ) เป็นกระบวนการบรรจุในถุงตามขนาด ตามความต้องการของลูกค้า
การศึกษาตลาดและศักยภาพเม็ดชีวมวลของประเทศไทย
ไม้อัดเม็ด้จะเป็นที่รู้จักกันและได้รับการยอมรับว่าจากคนส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบของพลังงานชีวมวลใหม่ที่มีคุณภาพทางเศรษฐกิจและมีผลประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม แต่การขาดแคลนและราคาที่เพิ่มขึ้นของพลังงานแร่ธาตุี่ซึ่งทำให้พลังงานชีวภาพเป็นที่นิยมมากขึ้น ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนและมีทรัพยากรชีวมวลที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตลาดไม้อัดเม็ดของไทย วัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ การขนส่งที่สะดวกมาก ความต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ การสนับสนุนของนโยบายระดับประเทศ ทำให้อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดของประเทศไทยจะเติบโตยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การปรับขึ้นราคาอย่างรวดเร็วของเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ความต้องการเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดเพิ่มขึ้นทั้งในทวีปยุโรปและอเมริกา ทำให้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดมีการผลิตในระดับที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น ชีวมวลอัดเม็ดมีขนาดเล็กทำให้สามารถที่จะนำระบบการป้อนเชื้อเพลิงอัตโนมัติมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถกำหนดปริมาณของเชื้อเพลิงได้อย่างแม่นยำ เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดมีความหนาแน่นสูงมาก ทำให้ได้เปรียบเชื้อเพลิงชีวมวลประเภทอื่นทั้งในด้านของพื้นที่ในการจัดเก็บและด้านการขนส่งในระยะทางที่ค่อนข้างไกลก็สามารถขนได้ในปริมาณมากตามความต้องการของลูกค้าได้เลย ด้วยการผลิตชีวมวลอัดเม็ดของทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่การผลิตที่มีต้นทุนต่ำจะเป็นตลาดการส่งออกที่สำคัญและประเทศไทยมีข้อเปรียบเทียบจะเป็นตลาดที่ส่งออก วัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า ดังนั้นประเทศไทยมีศักยภาพเป็นประเทศที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวมวลอัดเม็ดในภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันนอกจากความต้องการในประเทศแล้วก็ยังมีความต้องการชีวมวลอัดเม็ดเป็นอย่างมากในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น ซึ่งความต้องการดังกล่าวนั้นยังมีมากกว่าปริมาณที่ประเทศไทยผลิตอยู่ในปัจจุบันถึง 3 เท่าตัว โดยยังมีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ประเทศดังกล่าวมีการกำหนดกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการบังคับให้ใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงทั้งในอุตสาหกรรมและครัวเรือน ความต้องการดังกล่าวผลักให้ราคาชีวมวลอัดเม็ดเพิ่มขึ้นสูงถึงเกือบประมาณ 120-140 เหรียญดอลล่าต่อตัน

วัสดุผลิตชีวมวลอัดเเท่ง

สรุป
สำหรับในประเทศไทยได้มีการทำวิจัยและพัฒนาเครื่องต้นแบบเพื่อผลิตเครื่องเชื้อเพลิงอัดเม็ดได้สำเร็จแล้ว และมีหลายบริษัทที่สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ จึงเห็นว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งในการผลิตเชื้อเพลิงสะอาดและเป็นพลังงานบนดินอีกชนิดหนึ่งที่มีอนาคต ช่วยลดการเพิ่มมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรและที่สำคัญสามารถลดความเสี่ยงจากการที่ต้องพึ่งพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศได้ไม่น้อยเลย
ประเทศไทยมีทัรพยกรป่าไม้และพืชเกษตรที่อุดมสมบูรณ์วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย กะลาปาล์ม โกโก้และซังข้าวโพดจะนำมาเป็นพลังงานใช้ในอุสาหกรรม ส่วนต้นข้าว ใบอ้อย ลำต้นมันสำปะหลัง ฯลฯ ซึ่งมีน้ำมันดิบมาก วัตถุดิบเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญเหมาะสมการผลิตอัดเม็ดไม้ของประเทศไทย ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างต้นการพัฒนาและความต้องการของเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาก็คือการขาดแคลนของเทคโนโลยีใหม่ เครื่องอัดเม็ดชนิดใหม่และเชื้อเพลิงอัดเม็ดชนิดใหม่ ดังนั้นประเทศไทยต้องแสวงหาประเทศคู่มือมาแก้ปัญหานื้และประเทศจีนมีโอกาสที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือของไทย